หากคุณสังเกต ใช้ชีวิตประจำวันและต้องพบกับค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แล้วพบว่าตัวเลขราคาบนหน้าจอพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ สิ่งที่หลายคนสงสัยก็คือ "ทำไมราคาพลังงานถึงแพงขึ้นขนาดนี้?" โดยเฉพาะเมื่อเราทราบข้อมูลว่า กระบวนการผลิตน้ำมันในบางภูมิภาคยังคงดำเนินการได้อย่างปกติ
ประเด็นนี้เป็นบททดสอบที่ดีสำหรับนักธุรกิจรุ่นใหม่ ที่ต้องปรับมุมมองต่อ ห่วงโซ่อุปทานระดับสากล ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการตัดสินใจทางธุรกิจในปัจจุบัน
นักลงทุนหลายคนอาจจะพลาดถ้าคิดว่า ความสมดุลของราคาน้ำมันจะขึ้นอยู่กับพื้นที่การขุดเจาะ แต่ในความเป็นจริง ราคาน้ำมันดิบถูกกำหนดโดยกลไกสากล หรือมาจากป่าฝนในทวีปอเมริกาใต้
หากเราลองเปรียบเปรยว่า โลกคือสระว่ายน้ำขนาดยักษ์ที่เต็มไปด้วยพลังงาน ถ้าท่อส่งน้ำในส่วนที่สำคัญที่สุดถูกขัดขวาง ผลกระทบย่อมตกอยู่กับทุกคนที่ต้องใช้น้ำจากสระใบนี้ นี่คือแก่นแท้ของอุปสงค์และอุปทานในระดับมหภาค
ในภาวะปกติ พื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางที่รองรับการขนส่งน้ำมัน สงครามตะวันออกกลาง ราว 20% ของซัพพลายทั้งหมดในระบบ
นี่คือสาเหตุที่แม้แต่ธุรกิจท้องถิ่น ต้องรับมือกับต้นทุนที่แพงขึ้น แต่คุณคือส่วนหนึ่งของตลาดที่ทุกคนกำลังแย่งชิงสิ่งเดียวกัน
ประเด็นสำคัญที่ต้องนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารคือ ห่วงโซ่อุปทานของคุณไม่ได้จบแค่ที่ซัพพลายเออร์รายแรก ไม่ว่าขนาดของกิจการคุณจะเป็นอย่างไร ราคาวัตถุดิบทุกชิ้นมีส่วนประกอบของน้ำมันซ่อนอยู่
ความเสี่ยงที่เรามักจะมองข้ามไป ควรเป็นหัวข้อสำคัญในการวางแผนกลยุทธ์ประจำปี เพราะในโลกยุคนี้ เราไม่สามารถหนีผลกระทบจากโลกภายนอกได้อีกต่อไป
การมีแผนสำรองสำหรับวิกฤตพลังงาน แต่คือทักษะที่จำเป็นสำหรับทุกคนในโลกธุรกิจปัจจุบัน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวน